
What is Eigenlayer
What is Eigenlayer
Eigenlayer (ไอเกนเลเยอร์) คือ โปรโตคอลที่ถูกสร้างบน Ethereum ที่สามารถทำให้ผู้ใช้งาน restake เหรียญได้ เป็นโปรโคคอลใหม่ที่ทำงานบนระบบโครงสร้างชั้น Concensus Layer เดิมของ ETH
ผู้ใช้งานที่ stake ตัวเหรียญ ETH หรือ Liquid Staking Token (LST) อย่างเช่น stETH, rETH, cbETH จะสามารถใช้ Smart Contract ของ Eigenlayer ในการ restake อีกครั้งได้
และการ staking อีกครั้งบน Protocol นี้ จะทำให้ผู้ใช้งานสามารถรับผลตอบแทนที่มากขึ้น จากการที่ ไอเกนเลเยอร์ นำTokenไปใช้ประโยชน์ต่อในด้านความปลอดภัยกับ Service ต่างๆ บน Network อีกด้วย
Why Build with Eigenlayer (Problem)
เมื่อเกิดการส่งข้อมูลต่างๆจาก Decentralized Service ของฝั่ง off-chain อย่างเช่น Dapp มาใน Chain หลักของ Ethereum จำเป็นจะต้องมีการ Validate ข้อมูลก่อน ผ่านตัว Actively Validated Service (AVS)
ซึ่งกระบวนการนี้มี pain point อยู่ 4 ประการ ดังนี้
1. การพัฒนา AVS ใหม่ – เมื่อมี Dapp ใหม่ขึ้นมาบน Chain เหล่านักพัฒนาจำเป็นต้องพัฒนาตัว AVS ใหม่ที่รองรับ Dapp นั้นๆ
2. มูลค่าที่สูญเสียไปนอกระบบ – ถ้าหากไม่สร้าง AVS เองแต่มีการใช้งาน AVS จากผู้อื่น ผู้ใช้จำเป็นต้องจ่ายค่าบริการเพิ่มเติมนอกเหนือจากค่า Transaction Fee ที่เกิดจากตัว Ethereum ผลที่เกิดขึ้นคือ มูลค่าที่ควรจะสร้างคุณค่าให้กับ Network ถูกกระจายออกไปในกระเป๋าของผู้ให้บริการแทน อันจะเป็นลด Supply ที่ควรจะใช้เป็นต้นทุนในการพัฒนาระบบในอนาคต
3. ค่าเสียโอกาสที่เกิดขึ้น – สำหรับการสร้าง AVS จำเป็นต้อง สำรอง Token ไว้ในปริมาณที่มากไว้ในระบบเพื่อใช้ในการ Validate ข้อมูล และปริมาณที่สำรองต้องมากพอที่จะสร้างรายได้ให้มากกว่าต้นทุนการให้บริการ แต่หากนำทุนส่วนนี้ไปทำกิจกรรมอย่างอื่น อาจจะได้ผลตอบแทนที่เท่ากันได้ ในปริมาณต้นทุนที่น้อยกว่า
4. ความปลอดภัยของ AVS ใหม่ที่เกิดขึ้น หากไม่ได้มีขนาดที่ใหญ่มากพอ ก็มักจะตกเป็นเป้าโจมตีได้ง่าย ทำให้การเกิดของ AVS ใหม่ๆพัฒนาได้ยากมากขึ้น
การเกิดขึ้นของ Eigenlayer ทำให้สามารถ Restake ตัว ETH Native token หรือ LST ต่างๆ บน โปรโคคอลนี้ได้ และ ตัว EL เองจะเป็นเหมือนตัวแทนในการรัน Service หลายๆรูปแบบร่วมกัน ทำให้มีขนาดใหญ่ เพื่อ Decentralized Service ต่างๆ กระบวนการดังกล่าวจะเรียกว่า Pooled Security via restaking ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหา 4 ข้อที่ได้กล่าวไว้ด้านบนได้ สำหรับค่าบริการการใช้งานบางส่วนจะถูก Convert กลับมาเป็นผลตอบแทนสำหรับ restaker นั่นเอง
How it works

หน้าที่หลักของ ไอเกนเลเยอร์ จะมีทั้งหมด 3 หน้าที่หลักคือ
1. Custom Decentralization – สำหรับผู้ที่เป็น Validator จะสามารถเลือกที่จะใช้ ETH หรือ LST อื่นๆในระบบ ไป restake เพื่อ validate Service ใดๆที่ต้องการแบบเฉพาะเจาะจงได้ โดยรูปแบบการ restaking ทั้งหมดจะแบ่งได้ 3 รูปแบบ คือ
1.1 Native Staking – สามารถ Restake เหรียญ ETH ที่กำลัง Stake อยู่บนโปรโตคอลนี้ได้ โดยการให้ “สิทธิในการถอน” กับ Eigenlayer Contract
1.2 LST restaking – สามารถ Restake เหรียญ LST ที่ Stake ETH อยู่บน Protocol อื่นๆ เช่น Lido, Rocket Pool โดยการโอนเหรียญเหล่านี้มาให้ Eigenlayer
1.3 ETH LP restaking – สามารถ Restake เหรียญ LP (Liquidity Provider) ที่ Stake ETH อยู่โดยการโอนเหรียญเหล่านี้มาให้ EL
1.4 LST LP restaking – สามารถ Stake เหรียญ LP ที่ Stake เหรียญ liquid staking ETH อยู่ เช่น stETH-ETH LP token
2. Custome Slashing – การ Slash คือการ ให้บทลงโทษแก่ส่วนที่ทำให้ข้อมูลเกิดความผิดพลาดบนระบบ Ethereum และบน Eigenlayer เองจะให้อิสระแก่ผู้ที่ให้บริการในการออกแบบเงื่อนไขการ Slashing Contract บนบริการต่างๆ ผู้ที่ใช้ต้องเข้าใจเงื่อนไขอย่างถ่องแท้ เพื่อป้องกันการถูก slash ในภายหลัง และถ้าเมื่อไรเกิดข้อพิพาทขึ้น EL จะตัดสินภายใต้เงื่อนไขที่ถูกตั้งไว้ในตอนแรก
3. Operator Delegation – สำหรับผู้ที่เป็น Staker ที่ต้องการใช้งาน EL แต่ไม่ต้องการที่จะให้บริการ AVS ด้วยตัวเอง สามารถให้สิทธิกับ Operator ในการรัน AVS ในระบบแทนได้ ผ่าน Criteria ต่างๆที่ที่กำหนดไว้
3.1 Trust of Operator – ผู้ใช้จำเป็นต้องทำ Due Deligence กับ validator สร้างความเข้าใจร่วมกันกันก่อนเริ่ม Operation เพราะถ้าหาก Operation ไม่เป็นไปตามเงื่อนไขที่ควรจะเป็น หรือเกิดความผิดพลาด Token ที่ใช้ มีสิทธิจะถูก Slash หรือ สูญเสียไปในภายหลังได้
3.2 Reward – ผลตอบแทนจากการให้บริการแก่เจ้าของโทเคน
3.3 Preference for Services – ผู้ใช้สามารถเลือกบริการที่ตรงตามความสนใจได้ และเลือก Operator ที่ให้บริการให้ตรงกับความสนใจนั้นๆ
จากลักษณะขงการใช้งานดังกล่าว จะเห็นได้ว่า Eigenlayer จะมีลักษณะเป็น Free market ที่เปิดโอกาสให้ ผู้ใช้งานทุกฝ่าย สามารถเลือกที่จะเข้าร่วมบริการต่างๆตามความต้องการของตนเองได้ และสร้างความ Efficient ให้กับตลาดในการจัดการทรัพยากร อันจะเป็นผลดีในการก่อให้เกิดบริการใหม่ๆต่อไปได้ในอนาคต
Risk / Limitation
ข้อจำกัดหลักๆที่มีอยู่ในปัจจุบัน มีอยู่ 2 ข้อคือ
1. Operator Collusion – การรวมตัวกันของเหล่า Operator ที่ถือเหรียญ(หรือสิทธิในการถือ)ในจำนวนมากพอ เพื่อโจมตีช่องโหว่ต่างๆของระบบ เพื่อการป้องกันเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นได้ ทาง EL ได้มีระบบ restrict the PfC, การเพิ่ม CoC หรือเพิ่มต้นทุนในการโจมตีให้มากขึ้น นอกจากนี้ยังคอย Monitor เงื่อนไขการใช้งานในบริการต่างๆเพื่อป้องกันเหตุที่อาจจะเกิดได้ในอนาคต
2. Unintended slashing – เนื่องจากระบบ Slashing จะเป็นการกระทำโดยโปรแกรม บางครั้งอาจจะเกิด bug ที่ Slash ธุรกรรมบางอย่างที่ถูกต้องได้ เพื่อป้องกันความเสี่ยง ตัวโปรโตคอลได้เพิ่มความสามารถในการ Veto Slashing หรือคือการไม่เห็นด้วยกับการ Slashing ในธุรกรรมที่อาจจะเกิดขึ้น
Future
กลุ่มของ AVS ที่เกิดขึ้น จะมีลักษณะการใช้งานที่หลากหลาย ที่จะขยายขอบเขตการใช้งาน Blockchain ในอนาคตได้มากขึ้น เช่น Middleware solution, Modular ที่เฉพาะเจาะจงต่างๆ อาทิ Data Availability Layer ทำให้ Eigenlayer มีแผนงานที่จะพัฒนา Application อื่นๆเพิ่มมาด้วย เช่น
1. Hyperscale Data Availability Layer (Hyperscale AVS) – Application ที่เรียกข้อมูลด้วยความเร็วที่สูง แต่มีต้นทุนการเรียกใช้ข้อมูลที่ถูกลง
2. Decentralized Sequencers (Lightweight / hyperscale AVS) – การ Roll up ต่างๆที่ใช้ จำนวน ETH ที่ต่ำลงบนสถาปัตยกรรมของ Eigenlayer
3. Light-Node Bridges (Lightweight AVS) – ให้ Staker ที่สนใจสามารถ Verify ข้อมูลจาก Off-Chain ได้ด้วยความเร็วของจำนวน ETH ที่มาก
4. Fast-Mode Bridges for Rollups (Lightweight AVS) – สามารถทำให้ zk rollups มีความเร็วมากขึ้นได้ด้วยจำนวน ETH
นอกเหนือจากนี้ ด้วยเงื่อนไขที่อิสระ และทรัพยากรที่มีอยู่มากจากเหล่าผู้ใช้งาน จะเปิดโอกาสให้เทคโนโลยีใหม่ๆต่างๆในอนาคต เพิ่มอัตราการประสบความสำเร็จได้มากยิ่งขึ้นบน Eigenlayer
Ref
https://docs.eigenlayer.xyz/assets/files/EigenLayer_WhitePaper-88c47923ca0319870c611decd6e562ad.pdf
https://medium.com/coinmonks/eigenlayer-marketplace-for-decentralised-trust-16ca608c2296